top of page
ค้นหา

ย้อนประวัติศาสตร์ ‘รอยสัก’ ในดินแดนปลาดิบ

  • รูปภาพนักเขียน: tattoostoryx
    tattoostoryx
  • 30 ก.ย. 2565
  • ยาว 1 นาที

หลายคนอาจมองว่า การสักเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แต่ในบางประเทศอย่างญี่ปุ่นการสักลายนั้นมักจะนิยมใช้กับอาชญากรอย่างองค์กรยาคูซ่า หรือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในดินแดนอาทิตย์อุทัยนั่นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15,000-300 ปีก่อนคริสตกาล ได้ถือกำเนิดวัฒนธรรมการสักลวดลายบนเรือนร่างในยุคโจมง ซึ่งนักประวัติศาสตร์พบรูปปั้นดินเผาที่มีรอบขีดเขียนตามตัว และเชื่อกันว่าเป็นรอยสักอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 720 เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นได้ปรากฏหลักฐานการใช้รอยสักเป็นสัญลักษณ์ของการลงทัณฑ์เป็นครั้งแรก โดยจักรพรรดิได้สั่งลงโทษกบฎรายหนึ่ง ด้วยการเนรเทศและสักลายบนใบหน้า แทนการประหารชีวิต ทั้งยังเป็นการแสดงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ขององค์จักรพรรดิ ทว่าหากคนทั่วไปกลับมองว่านั่นเป็นการลงโทษสองครั้ง หนึ่งคือการเนรเทศ และสองคือการสักลายที่เชื่อว่าจะสร้างตราบาปให้กับผู้กระทำผิดได้อีกด้วย นั่นก็เพราะรอยสักไม่สามารถลบออกได้นั่นเอง

จากนั้นในศตวรรษที่ 17 การลงโทษอาชญากรด้วยวิธีการสักลาย เริ่มเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น จนกระทั่งถึงปลายศตวรรษ เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือ รอยสักเริ่มถูกออกแบบให้เป็นลวดลายสวยงามต่างๆและนี่เป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงการสักเข้ากับองค์กรอาชญากรรม อย่างยาคูซ่า โดยมีเว็บไซต์ Vanishing Tattoo ได้กล่าวถึงแนวคิดของยาคูซ่าที่มีต่อการสักลวดลายว่า การสักลายนั้นเจ็บปวดจึงสามารถใช้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าหาญ และคงอยู่ถาวร โดยนับเป็นหลักฐานแห่งความภักดีตลอดชีวิตของพวกเขาต่อองค์กร ทั้งรอยสักในประเทศญี่ปุ่นนี้ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และทำให้พวกเขาเหล่านั้นดูเป็นคนนอกกฎหมายตลอดไปอีกด้วย




ลวดลายสักบนแผ่นหลังของอาชญากรแดนปลาดิบนั้นคงจะขาดลายมังกรไปไม่ได้เลย เนื่องจากลายมังกรเปรียบเสมือน ความแข็งแกร่ง ความเอื้ออาทร และปัญญา และอีกลวดลายที่นิยมสักกันมานั้นคือลายปีศาจ ที่แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและเหนือธรรมชาติ นอกจากนี้หน้ากากปีศาจยังมีการลงสีที่สลับซับซ้อนมากทำให้เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ถูกนำมาสักในองค์กรอาชญากรรม เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งอีกด้วย


ไม่ว่าการสักจะเป็นสักแบบญี่ปุ่นโบราณลวดลายใดก็ตาม บ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นบางแห่งในญี่ปุ่น หรือห้องอาบน้ำสาธารณะ (เซนโตะ) สระว่ายน้ำ ยิม และเรียวกังแบบดั้งเดิมนั้น ก็ไม่สามารถเปิดให้ผู้ที่มีรอยสักเข้าไปใช้บริการได้ ซึ่งชาวญี่ปุ่นหลายคนยังคงมีทัศนคติความเชื่อด้านลบเกี่ยวกับรอยสักอยู่นั่นเอง


ปัจจุบัน แม้ว่าการสักลายในญี่ปุ่นจะได้รับการเปิดกว้างมากขึ้น ทว่ายังไม่สามารถเป็นที่ยอมรับของชาวญี่ปุ่นได้อย่างสนิทใจ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีภาพจำติดลบในเรื่องรอยสักไปเสียแล้ว แม้ว่าจะมีการยกเลิกกฎหมายรอยสักไปแล้วก็ตาม



แหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

WeXpats. (2565). Tattoo ศิลปะลายสักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2565, จาก https://we-xpats.com/th/guide/as/jp/detail/8625/

THE INFINITY. (2565). ศิลปะการสักลายของญี่ปุ่น: กำเนิดและความเปลี่ยนแปลง. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน2565, จาก https://www.infinityth.com/post/05252020





ความคิดเห็น


bottom of page